การประมาณความหนักสำหรับการฝึกหัดบอลรูปแบบใหม่

ตอนนี้ในไทยลีกก็กำลังเตรียมพร้อมเพื่อเปิดฤดูในม.ค.แล้วครับ วันนี้เลยขอเขียนเกี่ยวกับการฝึกหัดบอลนิดหน่อยนึงครับผม ซึ่งในช่วงหลังสำหรับเมืองไทย

วิทยาการแล้วก็ขั้นตอนการฝึกฝนบอลนั้นดีขึ้นขึ้นไปเป็นอันมากครับ มีการนำ GPS เข้ามาใช้ในลัษณะของการฝึก ซึ่งกระเป๋านผลพวงมาจากงานค้นคว้าวิจัยทางด้านบอลในพักหลังที่มีการนำระบบวีดีโอ รวมทั้ง จีพีเอสเข้ามาใช้ในลัษณะของการเก็บข้อมูลการฝึกหัดแล้วก็การแข่งขันชิงชัยกระเป๋านเยอะๆนะครับ (Carling.2008) แต่ว่าสำหรับบอลนั้นการใช้ความเร็วสำหรับเพื่อการฝึกฝนนั้นค่อนจะทำเป็นยาก ด้วยเหตุว่าการเคลื่อนที่ของบอลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเป็นระยะทางที่ออกจะสั้นมากมายรวมทั้งเร็ว ซึ่งถ้าเกิดใช้ความเร็วเป็นตัวระบุนั้น ในนักกีฬาบอลที่มีประสบการณ์สูงๆค่าที่ได้จะมีลักษณะที่ต่ำกว่าความจริง อันเป็นผลทำให้โปรแกรมการฝึกหัดนั้น พลาดเป้า ไหมสามารถปรับปรุงความสามารถได้ท่าที่ควรจะ (Polglaze et.al 2005) นอกนั้นการประมาณความหนักสำหรับในการซ้อมนั้นยังส่งผลให้นักกีฬาได้รับโหลดสำหรับเพื่อการฝึกอย่างเหมาะควร ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน ซึ่งจะมีผลต่อ การวิวัฒนาการที่สม่ำเสมอของนักกีฬา คุ้มครองป้องกันอาการบาดเจ็บ รวมทั้งยังสามารถคิดแผนทางโภชนาการได้อย่างเหมาะควรด้วยครับผม

เพื่อขจัดปัญหาและก็ข้อกำหนดของการใช้ความเร็ว สำหรับเพื่อการฝึกหัดซึ่งไม่พอ Dr. Di Prempo ได้เสนอหลักสำหรับในการวิเคาะห์การเคลื่อนไหวบนฐานของเวลา โดยมีแนวความคิดที่ว่า การเพิ่มหรือลดความเร็วของการวิ่งในแนวขนานนั้น ระดับของการใช้พลังงานจะมีลักษณะคล้ายกับการวิ่งขึ้นไปบนหรือลงจากเขา ซึ่งจำนวนการใช้พลังงานจะสโมสรกับความเร็วที่ทำเป็น ซึ่งพลังงานที่ใช้ไปนั้นซึ่งก็คือ Metabolic Power นั่นเอง (Pmet) (Diprempo.2015) โดยเหตุนี้เมื่อพวกเรานำข้อมูลของความเร็ว ความเร่ง ความหน่วง มาคำนวณพวกเราก็จะได้ค่า Pmet ของแต่ละอีเวนต์ที่เกิดขึ้น มาไปสู่การคำนวณทางคณิตที่มีความสลับซับซ้อน ผลก็คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเพื่อการเคลื่อนสำหรับการแข่งกีฬาบอลนั่นเอง มีการค้นคว้าชิ้นหนึ่งที่ทำงานศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับแนวความคิดของ Metabolic Power ในปี คริสต์ศักราช 2010 โดยเป็นการกล่าวโทษอยากได้สำหรับเพื่อการวิ่งของนักกีฬาบอลที่ชิงชัยในลีกสูงสุดของอิตาลี กัลโช่ซีรีส์อา พบว่า จำนวนร้อยละ 18 ของระยะทางที่ทำเป็นทั้งปวงสำหรับในการแข่งถ้าเกิดใช้การแบ่งด้วยความเร็ว แต่ว่าถ้าหากใช้หลักของ Metabolic Power นั้นจะได้ค่าถึงปริมาณร้อยละ 26 ของระยะทางที่ทำเป็นทั้งผองที่เป็นการวิ่งที่ความเร็วสูง ด้วยการใช้ Pmet (Manzi.2014) รวมทั้งอีกชิ้นหนึ่งทำใส่ความชมรมระหว่าง Pmet กับความเกี่ยวข้องของตัวแปรที่เกี่ยวพันกับความรู้ความเข้าใจของระบบแอโรบิคในนักกีฬาบอล เจอค่าความข้องเกี่ยวในระดับปานกลางระหว่างจำนวนการใช้ออกสิเจนสูงสุดกับระยะทางที่ทำเป็นที่ขั้นสูงของค่า Pmet